บทความ

ฤกษ์ดี ยามดี ตามคำสอนพระพุทธเจ้า | ธรรมะดอทคอม

รูปภาพ
ฤกษ์ดี ยามดี ตามคำสอนพระพุทธเจ้า ภิกษุทั้งหลาย ! สัตว์เหล่าใด ประพฤติสุจริตด้วยกาย ประพฤติสุจริตด้วยวาจา ประพฤติสุจริตด้วยใจ ในเวลาเช้า เวลาเช้าก็เป็นเวลาเช้าที่ดีของสัตว์เหล่านั้น. สัตว์เหล่าใดประพฤติสุจริตด้วยกาย ประพฤติสุจริตด้วยวาจา ประพฤติสุจริตด้วยใจ ในเวลาเที่ยง เวลาเที่ยงก็เป็นเวลาเที่ยงที่ดีของสัตว์เหล่านั้น. สัตว์เหล่าใดประพฤติสุจริตด้วยกาย ประพฤติสุจริตด้วยวาจา ประพฤติสุจริตด้วยใจ ในเวลาเย็น เวลาเย็นก็เป็นเวลาที่ดีของสัตว์เหล่านั้น. สัตว์ทั้งหลายประพฤติชอบในเวลาใด เวลานั้น ชื่อว่า เป็นฤกษ์ดี มงคลดี สว่างดี รุ่งดี ขณะดี ยามดี และบูชาดี ในพรหมจารีบุคคลทั้งหลาย.

สังโยชน์ ๑๐ กิเลสที่ผูกมัดใจสัตว์ | ธรรมะดอทคอม

รูปภาพ
สังโยชน์ คือ กิเลสที่ผูกมัดใจสัตว์, ธรรมที่มัดสัตว์ไว้กับทุกข์ หรือกิเลสเครื่องร้อยรัดจิตใจให้จมในวัฏฏะ มี ๑๐ อย่าง คือ ก. โอรัมภาคิยสังโยชน์ สังโยชน์เบื้องต่ำ ๕ ได้แก่ ๑. สักกายทิฏฐิ มีความเห็นว่าร่างกายนี้เป็นของเรา ๒. วิจิกิจฉา มีความสงสัยในคุณของพระรัตนตรัย คือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ๓. สีลัพพตปรามาส ความถือมั่นศีลพรต โดยสักว่าทำตามๆ กันไปอย่างงมงาย เห็นว่าจะบริสุทธิ์หลุดพ้นได้ เพียงด้วยศีลละวัตร หรือนำศีลและพรต ไปใช้เพื่อ เหตุผลอื่น ไม่ใช่เพื่อเป็นปัจจัยแก่การสิ้นกิเลส เช่นการถือศีล เพื่อเอาไว้ข่มไว้ด่า คนอื่น การถือศีลเพราะอยากได้ลาภสักการะเป็นต้น ซึ่งรวมถึงความเชื่อถือ ในพิธีกรรม ที่งมงายด้วย ๔. กามราคะ มีความติดใจในกามคุณ ๕. ปฏิฆะ จิตพยาบาท อาฆาตแค้น ข. อุทธัมภาคิยสังโยชน์ สังโยชน์เบื้องสูง ๕ ได้แก่ ๖. รูปราคะ มีความติดใจในวัตถุ หรือรูปฌาน ๗. อรูปราคะ มีความติดใจในอรูปฌานหรือความพอใจในนามธรรมทั้งหลาย ๘. มานะ ถือตัว ถ่อมตัว ยกตนเหนือกว่า ด้อยกว่า ๙. อุทธัจจะ มีความฟุ้งซ่าน ๑๐. อวิชชา ปัญญามืดบอด มีความไม่รู้จริง พระโสดาบัน ละสังโยชน์ ๓ ...

๑๐ พระสูตรที่สำคัญของพระศาสดา | ธรรมะดอทคอม

รูปภาพ
๑๐ พระสูตรที่สำคัญของพระศาสดา ที่ชาวพุทธควร ทำความเข้าใจว่า ทำไมคำสอนพระศาสดา จึงมีความสำคัญยิ่ง ๑. พระองค์ทรงสามารถกำหนดสมาธิเมื่อจะพูดทุกถ้อยคำ จึงไม่ผิดพลาด (คำพูดแรก จนถึงคำสุดท้าย ย่อมตั้งจิตในสมาธิ) อัคคิเวสนะ ! เรานั้นหรือ จำเดิมแต่เริ่มแสดง กระทั่งคำสุดท้ายแห่งการกล่าวเรื่อง นั้นๆ ย่อมตั้งไว้ ซึ่งจิตในสมาธินิมิตอันเป็นภายในโดยแท้ ให้จิตดำรงอยู่ ให้จิตตั้งมั่น อยู่ กระทำให้มีจิตเป็นเอกดัง เช่นที่คนทั้งหลาย เคยได้ยินว่าเรากระทำอยู่เป็นประจำ ดังนี้. ๒. แต่ละคำพูดเป็น อกาลิโก คือ ถูกต้องตรงจริงไม่จำกัดกาลเวลา ภิกษุทั้งหลาย ! พวกเธอทั้งหลายเป็นผู้ที่เรานำไปแล้วด้วยธรรมนี้ อันเป็นธรรมที่ บุคคลจะพึงเห็น ได้ด้วยตนเอง (สนฺทิฏฐิโก) เป็นธรรมให้ผลไม่จำกัดกาล (อกาลิโก) เป็นธรรมที่ควรเรียกกันมาดู (เอหิปสฺสิโก) ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว (โอปนยิโก) อันวิญญูชนจะพึงรู้ได้เฉพาะตน (ปจฺจตฺตํ เวทตพฺโพ วิญฺญูหิ) ๓. คำพูดที่พูดมาทั้งหมดนับแต่วันตรัสรู้นั้น สอดรับไม่ขัดแย้งกัน ภิกษุทั้งหลาย ! นับตั้งแต่ราตรีที่ตถาคตได้ตรัสรู้ อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณจนกระทั่ง ถึงราตรี ที่ตถาคตปริน...

กรรมดำ กรรมขาว กรรม ๔ อย่าง อย่างไรเล่า? | ธรรมะดอทคอม

รูปภาพ
ภิกษุ ท. ! กรรม ๔ อย่างเหล่านี้ เรากระทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งเองแล้ว ประกาศให้รู้ทั่วกัน. กรรม ๔ อย่าง อย่างไรเล่า ? ภิกษุ ท. ! กรรมดำ มีวิบากดำ ก็มีอยู่. ภิกษุ ท. ! กรรมขาว มีวิบากขาว ก็มีอยู่. ภิกษุ ท. ! กรรมทั้งดำทั้งขาว มีวิบากทั้งดำทั้งขาว ก็มีอยู่. ภิกษุ ท. ! กรรมไม่ดำไม่ขาว มีวิบากไม่ดำไม่ขาว เป็นไปเพื่อความสิ้นกรรม ก็มีอยู่. กรรม แบบที่ ๑ ภิกษุ ท. ! กรรมดำ มีวิบากดำ เป็นอย่างไรเล่า ? ภิกษุ ท. ! บุคคลบางคนในกรณีนี้ ย่อมปรุงแต่ง กายสังขาร อันเป็นไป กับด้วยความเบียดเบียน, ย่อมปรุงแต่ง วจีสังขาร อันเป็นไป กับด้วยความเบียดเบียน, ย่อมปรุงแต่ง มโนสังขาร อันเป็นไป กับด้วยความเบียดเบียน, ครั้นเขาปรุงแต่งสังขาร (ทั้งสาม) ดังนี้แล้ว ย่อมเข้าถึงโลก อันเป็นไปกับด้วยความ เบียดเบียน ; ผัสสะทั้งหลาย อันเป็นไปกับด้วยความเบียดเบียน ย่อมถูกต้องเขาซึ่ง เป็นผู้เข้าถึงโลกอันเป็นไปด้วยความเบียดเบียน ; เขาอันผัสสะที่เป็นไปกับด้วยความ เบียดเบียนถูกต้องแล้ว ย่อมเสวยเวทนา ที่เป็นไปด้วยความเบียดเบียน อันเป็นทุกข์โดยส่วนเดียว, ดังเช่นพวกสัตว์นรก. ภิกษุ ท. ! นี้เรียกว่า กรรม...